ดอยภูคาเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ ต้นชมพูภูคาซึ่งหายากจะเบ่งบานด้วยดอกสีชมพูตัดกับพื้นป่าสีเขียวเข้ม เส้นทางเดินเท้าผ่านป่าที่ปกคลุมด้วยมอส น้ำตก หน้าผาหินปูน และจุดชมวิว เช่น ภูแว
ขับมอเตอร์ไซค์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1256 ที่คดเคี้ยวและเต็มไปด้วยวิวพาโนรามา ค้างคืนในเต็นท์ใต้ฟ้าเย็นของภูเขา หรือพักในบ้านพักของอุทยาน สำหรับนักเดินป่าและคนรักนก นี่คือสวรรค์
ในย่านเมืองเก่าของน่าน วัดภูมินทร์ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โบสถ์ทรงจตุรมุขตั้งอยู่บนหลังพญานาคคู่ แต่จิตรกรรมฝาผนังสมัยศตวรรษที่ 19 ภายในวัดนั้นดึงดูดทุกสายตา ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตประจำวัน พุทธประวัติ และภาพ “ปู่ม่านย่าม่าน” อันลือชื่อที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกลี้ลับ
หลังพระอาทิตย์ตก ถนนใกล้เคียงเต็มไปด้วยร้านอาหารและนักดนตรีริมทาง ลองชิมข้าวซอยหรือลิ้มรสไส้อั่วแบบฉบับน่าน เป็นการเดินทางที่ครบทุกประสาทสัมผัสทั้งในและนอกกำแพงวัด
ใกล้ชายแดนลาว บ่อเกลือเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งเกลือโบราณกว่า 800 ปี น้ำเกลือที่ตักจากใต้ดินจะถูกต้มในหม้อดินขนาดใหญ่ด้วยฟืน กลิ่นของแร่และควันลอยคลุ้งทั่วบริเวณ
หมู่บ้านนี้มีบ้านไม้และนาข้าวเรียงรายตามแนวเขา ถนนเงียบสงบเหมาะสำหรับขับรถเที่ยว แช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนใกล้เคียงหรือพักในโฮมสเตย์ท่ามกลางภูเขา ความผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมและความเงียบสงบของขุนเขานั้นหาค่าไม่ได้
ใจกลางเมืองเก่าของน่านเหมาะสำหรับการปั่นจักรยาน ลัดเลาะไปตามถนนแคบๆ ที่เต็มไปด้วยบ้านไม้สัก วัดที่เงียบสงบ และอาคารสมัยอาณานิคม
จุดเด่นได้แก่:
ช่วงเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีถนนคนเดินใกล้วัดภูมินทร์ พร้อมดนตรีสด งานหัตถกรรม และอาหารพื้นเมืองแสนอร่อย เป็นเมืองที่ชวนให้เดินเล่นและดื่มด่ำ
ในอำเภอนาน้อย เสาดินนาน้อยเป็นภูมิประเทศอันแปลกตา ประกอบด้วยเสาดินและสันดินที่ถูกกัดเซาะมานานนับล้านปี ราวกับแกรนด์แคนยอนย่อม ๆ ของไทย
เส้นทางเดินเท้าในพื้นที่พาให้ใกล้ชิดกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ โดยเฉพาะยามเช้าหรือเย็นที่แสงทองสาดกระทบภูมิทัศน์ อีกทั้งยังมีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ในพื้นที่ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับที่นี่
ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยเสมอดาวเป็นจุดชมดาวยอดนิยมของประเทศไทย ท้องฟ้ามืดสนิทปราศจากแสงรบกวน ทำให้เห็นทางช้างเผือกพาดผ่านอย่างชัดเจน
ยอดดอยแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในยามเช้า เมื่อทะเลหมอกลอยผ่านหุบเขาและแสงทองค่อยๆ ปรากฏ เช่าเต็นท์ นำเสื้อกันหนาวมา และใช้เวลาคืนหนึ่งอย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติ
อำเภอปัวอยู่ทางตอนเหนือของเมืองน่าน มีความสงบและวิวชนบทที่งดงาม นาข้าวเขียวขจี วัฒนธรรมไทยลื้อที่เข้มแข็ง และผ้าทอมือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุ
แนะนำให้แวะ:
คาเฟ่และโฮมสเตย์ช้าชวนให้อยู่ยาวขึ้นอีกหน่อย
ตั้งอยู่บนเนินเขานอกเมือง วัดพระธาตุเขาน้อยโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปทองคำปางประทานพรที่หันหน้าไปทางตะวันออก มองเห็นเมืองเบื้องล่างแบบพาโนรามา
ตื่นเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น หรือเดินขึ้นบันไดนาคเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ วิวและพลังแห่งความสงบของวัดทำให้ที่นี่เหมาะกับการนั่งสมาธิและถ่ายภาพ
ในอำเภอท่าวังผา วัดหนองบัวเป็นวัดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก แต่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 โดยชาวไทยลื้อ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงเรื่องพุทธประวัติและวิถีชีวิตชาวบ้าน
ภาพวาดยังคงสมบูรณ์และแทบไม่ถูกปรับแต่ง รอบวัดยังมีชาวบ้านทอผ้า และบางครั้งคุณอาจได้รับเชิญให้จิบชาในบ้าน เป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายและเป็นกันเอง
ใกล้ชายแดนลาว อุทยานแห่งชาติขุนน่านยังคงความเป็นธรรมชาติแท้ ๆ น้ำตกหลายสายไหลผ่านป่าทึบ เส้นทางเดินเท้าพาไปยังหมู่บ้านชนเผ่า และเสียงนกดังก้องจากเรือนยอดไม้
จุดเด่น:
สำหรับผู้รักธรรมชาติที่แท้จริง นี่คือความท้าทายที่คุ้มค่า
สิ่งที่ทำให้น่านน่าจดจำไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือความรู้สึก ยามเช้าเริ่มต้นด้วยเสียงสวดมนต์เบา ๆ ของพระและเสียงตักบาตร ใบสักสั่นไหวในสายลม และรอยยิ้มอ่อนโยนจากชาวบ้าน
น่านชวนให้คุณวางแผนท่องเที่ยวไว้ แล้วปล่อยใจให้เดินไปตามจังหวะ ลองนั่งจิบกาแฟ เข้าร่วมเวิร์กชอปทอผ้า หรือเดินป่าโดยไม่ต้องมีจุดหมาย คุณอาจพบสิ่งที่มีค่ามากกว่า: การเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับผืนแผ่นดิน ผู้คน และตัวคุณเอง
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทาง: พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อากาศเย็น แห้ง และเต็มไปด้วยสีสัน
การเดินทาง: บินจากกรุงเทพฯ มาลงสนามบินน่านนคร หรือขับรถจากเชียงใหม่หรือแพร่ผ่านทางภูเขา
น่านไม่ตะโกน—แต่น่านกระซิบ และถ้าคุณฟังให้ดี คุณจะได้ยินเรื่องราวจากจิตรกรรม จากสายน้ำ และจากเปลวไฟยามค่ำคืน ที่นี่จะยังอยู่ในใจคุณ แม้เมื่อเดินทางกลับแล้ว
พร้อมจะสำรวจหัวใจแห่งความสงบของภาคเหนือหรือยัง? น่านกำลังรอคุณอยู่.
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ดีที่สุด อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และเป็นฤดูกาลที่ต้นชมพูภูคาออกดอกในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา
คุณสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ มายังสนามบินน่านนคร (Nan Nakhon Airport) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที หรือขับรถจากเชียงใหม่หรือแพร่ผ่านเส้นทางภูเขาที่มีวิวสวยงาม
แนะนำอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สำหรับเส้นทางเดินป่าและชมดอกชมพูภูคา และดอยเสมอดาวสำหรับการชมทะเลหมอกและดูดาวยามค่ำคืน
วัดภูมินทร์เป็นวัดที่โด่งดังที่สุด มีภาพจิตรกรรมฝาผนังชื่อดัง “ปู่ม่านย่าม่าน” และสถาปัตยกรรมรูปกากบาทที่ไม่เหมือนวัดอื่นในไทย
อำเภอปัว และบ้านบ่อเกลือมีชุมชนไทยลื้อที่ยังคงรักษาวัฒนธรรม การทอผ้า และการผลิตเกลือภูเขาแบบดั้งเดิม
เหมาะมากครับ ด้วยธรรมชาติที่เงียบสงบ ปลอดภัย และกิจกรรมหลากหลาย เช่น ปั่นจักรยาน ชมวิถีชุมชน พักโฮมสเตย์ และเที่ยววัด ทำให้เหมาะกับทุกช่วงวัย
มีหลายแห่ง เช่น โฮมสเตย์ในอำเภอบ่อเกลือ บ้านสะปัน หรือที่พักริมนาข้าวในอำเภอปัว ที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติกับความสะดวกสบาย
ผ้าทอไทยลื้อ, เกลือภูเขาบ่อเกลือ, ชาและกาแฟจากดอย, และของแฮนด์เมดจากชุมชนท้องถิ่น
ควรเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับอากาศเย็นโดยเฉพาะในฤดูหนาว, รองเท้าสำหรับเดินป่า, ยารักษาโรคประจำตัว และกล้องถ่ายรูปสำหรับเก็บภาพความประทับใจ
เหมาะทั้งแบบแบ็คแพ็ค คนเดียว คู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย และสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างแท้จริง